Tanawat Kuansuwan

EYESMYTH SESSION IX - ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ


"แพชชั่น" เป็นคำสั้นๆ ที่มีพลังเหลือล้น เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีในการขับเคลื่อนให้เราเดินทางไปตามความฝันของตัวเอง การรู้จักและเข้าใจแพชชั่นอย่างชัดเจน ก็จะเกลาให้ชีวิตของเรานั้นผสานสิ่งที่รักและสิ่งที่ทำได้อย่างกลมกลืน

ไม่ต่างอะไรกับชีวิตและการทำงานของ คุณอู – ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ ที่เขาบอกกับเราว่า แพชชั่นกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาไปแล้ว

ภายใต้ทาวน์โฮมตกแต่งด้วยระแนงเหล็กสีดำทั้งตึก คุณอูในฐานะเจ้าของบ้าน และเจ้าของแบรนด์เครื่องหนัง By Myself Handcrafted ต้อนรับเราด้วยท่าทีนิ่งสงบ ก่อนจะพาตัวเองขึ้นไปชั้นบนเพื่อตระเตรียมความพร้อมสำหรับการพูดคุย

เพียงก้าวเท้าเข้าไป จากภายนอกที่ดูดำทะมึน ด้านในรั้วกลับมีมุมต้นไม้เขียวชอุ่ม กิ่งไม้ทอดยาวตลอดทางเดินจนเราต้องก้มหัวหากจะเดินเข้าไป ภายในบ้านโปร่งสบายด้วยผนังและพื้นสีขาวล้วน พร้อมมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ จักรยาน และสเก็ตบอร์ดที่เขาเรียกว่า “ของเล่น” จอดพิงไว้ริมผนัง




คุณอูเล่าให้ฟัง บ้านหลังนี้แต่เดิมเป็นตึกแถวเก่าไร้คนอาศัย ก่อนที่เขาจะขับมอเตอร์ไซค์ผ่านกลางดึกแล้วถูกชะตา ถึงขั้นแอบปีนเข้ามาสำรวจสภาพภายใน จนสุดท้ายเขาก็เลือกซื้อบ้านหลังนี้แล้วรีโนเวทใหม่ทั้งหมดผ่านการออกแบบของตัวเอง และแล้วตึกแถวเก่าๆในวันนั้น ก็กลายมาเป็นบ้านอุ่นๆเท่ๆ ที่ต้อนรับเราในวันนี้

เรานั่งรออยู่ชั้นหนึ่งที่โต๊ะไม้กลางห้อง ไม่นานคุณอูก็ลงมาชงกาแฟดริป เปิดเพลงคลอเบาๆ แล้วนั่งลงพูดคุยกับเรา

ช่วงเวลาหลังจากนั้น เราปล่อยให้การสนทนาทำหน้าที่ของมัน เกิดเป็นบทสัมภาษณ์ที่กลั่นมาจากอาชีพ ชีวิต และตัวตนของคุณอู – ธนวัฒน์ อย่างแท้จริง


อาชีพที่เลือกเอง - “ผมไม่เคยสมัครงานที่ไหนเลย”

อาจแปลกไปจากคนอื่นไปเสียหน่อย ที่เส้นทางอาชีพของชายคนนี้ไม่ได้วิ่งสมัครงานตามบริษัทต่างๆ เหมือนคนอื่น เมื่อเขาคิดเริ่มต้นอาชีพตั้งแต่ยังเรียนมหาวิทยาลัย ด้วยการออกแบบของแฮนด์เมดฝากขายตามร้านค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพวงกุญแจ สายห้อยโทรศัพท์ หรือกระเป๋าเครื่องเขียนที่เคยเป็นไอเทมสุดฮิตจากการประกอบด้วยซิปทั้งใบ

ความหลงใหลในงานคราฟต์อาจถ่ายทอดมาจากสายเลือดโดยที่คุณอูไม่รู้ตัว เมื่อคุณปู่เป็นช่างไม้ คุณยายเป็นช่างเย็บผ้า คุณพ่อเป็นอาจารย์วิชาช่าง และคุณแม่ก็เป็นอาจารย์สอนทำอาหาร ทักษะด้านงานฝีมือจึงเป็นสิ่งที่เขาซึบซับมาตามกาลเวลาทีละเล็กทีละน้อย

หลังเรียนจบปริญญาตรี เขาตัดสินใจเปิดร้านขายของแฮนด์เมดเป็นของตัวเองที่สวนลุมไนท์บาซาร์ เปลี่ยนแปลงโยกย้ายหน้าร้านตามสถานที่ต่างๆ ก่อนจะมาจบที่ช่างชุ่ยในปัจจุบัน

สินค้าในร้าน แรกเริ่มเต็มไปด้วยสารพัดของทำมือ มีทั้งงานอะคริลิก งานไม้ งานปูน

ตอนแรกผมไม่ได้ตั้งใจว่าต้องมาทำเครื่องหนัง แค่รู้สึกว่าชอบทำหัตถกรรม งานฝีมือ ก็ทำหลายอย่าง หัดทำไปเรื่อยๆ เครื่องหนังยุคนั้นยังเป็นพวกอินเดี้ยน-อเมริกัน เป็นฮิปปี้หน่อยๆ เราก็เลยหัดเย็บหนังในสไตล์ตัวเอง นั่นคือจุดเริ่มต้น

เพียงได้ลองทำเครื่องหนัง เขาก็หลงเสน่ห์เครื่องหนังเต็มๆ จนกลายเป็นร้านเครื่องหนังแฮนด์เมดเต็มตัว

แล้วอะไรคือเสน่ห์เครื่องหนังที่เขาหลงใหล?

“เครื่องหนังยิ่งใช้นานๆ จะสวยขึ้นทุกปี และแต่ละคนใช้ก็จะขึ้นลายไม่เหมือนกัน เกิดเป็นลายเฉพาะตัวของแต่ละคน”



เครื่องหนังทุกชิ้น คุณอูออกแบบและเย็บมือด้วยตัวเองทุกขั้นตอน


ความรักในเครื่องหนังผลักดันให้เขาเรียนรู้การเย็บมือด้วยตัวเอง ไม่มีการเรียนผ่านตำรา ไม่มีการเรียนผ่าน YouTube ทักษะที่ได้มาเกิดจากการลองผิดลองถูกอย่างเดียว

“ผมซื้อเครื่องมือและหนังมาลองเย็บเลยครับ ลองผิดลองถูกไปเรื่อย พอไม่มีใครสอนหรือสั่ง 1-2-3-4 ทำให้วิธีคิดของผมถ่ายทอดอยู่ในงานจริงๆ” เขาเล่าด้วยท่าทีจริงจัง “มันก็เหมือนการถ่ายรูป ทุกคนเรียนถ่ายภาพได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นช่างภาพได้ มันต้องลอง คิด และลงมือทำ”

แน่นอน ทุกการลองผิดลองถูกย่อมมีความผิดพลาดเกิดขึ้น แต่สำหรับเขาไม่ได้มองความผิดพลาดเป็นปัญหา หนำซ้ำยังมองว่าเป็นเรื่องสนุกเสียด้วย

“มันส์มากครับ” เขาหัวเราะ “ผมไม่เคยรู้สึกแย่เลยนะ มันไม่มีถูกผิดในวิชานี้ แถมความผิดพลาดก็คือการเรียนรู้ ผมไม่เคยเก็บความรู้สึกแย่ๆ มาคิดในใจ นึกไม่ออกเลยว่าเคยมีความรู้สึกนั้นหรือเปล่า”

เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบ “ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องเปลี่ยนอาชีพนะ และอยากทำอาชีพนี้ไปจนตาย”


ลูกค้าคนแรกคือตัวเอง - “เราอยากใช้อะไร เราก็ทำแบบนั้น”

เมื่อตัดสินใจเลือกอาชีพช่างหนังหาเลี้ยงตัวเอง สิ่งที่คุณอูต้องทำต่อไปก็คือการลงมือผลิตสินค้าออกมา แรงบันดาลใจแรก และดูเหมือนเป็นแรงบันดาลใจเดียวของเขาก็คือการออกแบบด้วยความชอบของตัวเอง

เขาอยากใช้อะไร เขาก็ทำแบบนั้น

“เหมือนตัวเองเป็นลูกค้าคนแรกของแบรนด์ครับ เราทำแล้วทดลองใช้เองก่อน ถ้าเรารู้สึกดี คนอื่นก็ย่อมรู้สึกดีด้วย”

เหตุผลที่เขาเลือกตัวเองเป็นลูกค้าคนแรกก็เพราะ คุณอูเองนั่นแหละต้องเป็นคนผลิตสินค้านั้นซ้ำๆ อีกหลายร้อยครั้ง หากรู้สึกไม่พอใจต่อสินค้าตั้งแต่แรก การทำงานก็จะไม่มีความสุข

“ถ้ารู้สึกแย่ ผมจะไม่ทำเลย เหมือนเวลามีคนสั่งให้ทำแบบนั้นแบบนี้ ไม่เอาอะ” เขาส่ายหน้า “เราเลือกวิถีของเรา เราจะทำงานแบบนี้ ทุกอย่างเราเลือกได้ มันเป็นชื่อของเรา”

ด้วยเหตุผลนี้ สินค้าทุกอย่างของ By Myself Handcrafted จึงเป็นความภาคภูมิใจของเขา ซึ่งหากสังเกตดีๆ ตัวตนแบบนี้ก็สะท้อนออกมาจากชื่อร้าน By Myself Handcrafted เหมือนกัน

เพราะผลิตภัณฑ์ทุกอย่างในร้านนั้นคือตัวตนของคุณอู 100%

“มีคนบอกว่าคือแพชชั่น แต่สำหรับผมมันเลยคำว่าแพชชั่นไปแล้ว สิ่งที่ทำอยู่วันนี้ไม่ใช่งานด้วยซ้ำ แต่มันคือส่วนหนึ่งในชีวิต”



วัสดุที่เลือกเอง - “ดีที่สุด แพงที่สุด”

“ดีที่สุด และแพงที่สุด”

ประโยคนี้หลุดออกจากปากเขาทันที เมื่อเราถามว่า ช่างเครื่องหนังคนนี้มีวิธีในการเลือกวัสดุมาสร้างสรรค์งานคราฟต์อย่างไร

จะว่าไปแล้ว นั่นไม่ใช่คำกล่าวเกินจริง เพราะวัสดุที่เขาเลือกเป็นหนังแท้คุณภาพสูงทั้งหมด ไม่ว่าจะมาจากประเทศใดในโลก คุณอูก็จะดั้นด้นไปหาแผ่นหนังนั้นมาให้ได้ ถึงขนาดที่ว่า หนังแพงที่สุดในโลกก็เคยผ่านมือชายคนนี้มาแล้ว

“หนังแพงๆ อย่างหนังสะโพกม้า ผมก็เคยใช้ เพราะเราอินกับวัสดุเหล่านี้ ผมก็เลยอยากให้ลูกค้าได้ใช้ของที่ดีที่สุดเหมือนกัน”

รวมไปถึงขั้นตอนการผลิตที่เขาจะเป็นคนเย็บมือเองทุกกระบวนการ จุดเด่นก็คือจะทำให้ด้ายแน่นหนากว่าใช้เครื่องจักร เขาการันตีด้วยสถิติ 15 ปีที่ผ่านมา ไม่มีลูกค้าคนไหนบอกว่าสินค้าชำรุดแม้แต่คนเดียว

“ผมเคยเคยใช้กรรไกรตัดด้าย จับแหก เพื่อทดสอบความแข็งแรงด้วยนะ แต่สุดท้ายก็ไม่หลุดอยู่ดี”

ด้วยเหตุนี้เขาจึงการันตีว่า ตั้งแต่สร้างแบรนด์มา ยังไม่มีลูกค้าคนไหนบอกว่าสินค้าพังหรือชำรุดเลย

“เครื่องหนังแท้ใช้ไปเรื่อยๆ ไม่มีวันพังหรอกครับ นอกจากหายหรือซื้อใหม่ไปเลย” เขายิ้ม

ชีวิตที่เลือกเอง - “ผมจะพยายามควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้มากที่สุด”

ควบคุมที่ว่า คือการควบคุมชีวิตให้เป็นไปตามสิ่งที่ตัวเองต้องการทั้งหมด แม้จะฟังดูสุดโต่ง แต่คุณอูไม่ได้มองว่าเป็นความทะนงตัวแต่อย่างใด

“ผมคอนโทรลทุกอย่างจริงๆ นะ ทั้งชีวิตประจำวัน การทำงาน บ้าน ไลฟ์สไตล์ หรือแม้กระทั่งการแต่งตัว”

แว่นตา ก็เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่คราฟต์แมนคนนี้คัดเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง MEGANE ROCK รุ่น TARSIER จากร้าน EYESMYTH จึงเป็นตัวเลือก เพราะเข้ากับบุคลิกกวน นิ่ง เท่ และไลฟ์สไตล์ส่วนตัวที่ชอบใส่แว่นตาเป็นประจำ



MEGANE ROCK รุ่น TARSIER และ EFFECTOR AW สองแว่นตาจาก EYESMYTH ที่คุณอูเลือกใช้


ความที่คุณอูเป็นช่างฝีมือ เพียงแค่สัมผัสแว่นก็ทำให้ทราบว่า คุณภาพของแว่นแบรนด์ต่างๆ ที่ EYESMYTH เลือกมา ก็เป็นงานคราฟต์ที่รังสรรค์มาจากช่างฝีมือเหมือนกัน

ดีไซน์และคุณภาพ เป็นสิ่งที่ผมมองหาก่อนเสมอ มันก็เหมือนกับการเลือกวัสดุหนังที่ดีที่สุดเอามาทำงานนั่นแหละครับ ของคุณภาพดีก็จะอยู่กับเราได้นาน ก็เลยต้องเลือกให้ดีที่สุด และถูกใจมากที่สุด”

เราสงสัยว่าอะไรคือเหตุผลที่เขามักเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองเสมอ ซึ่งเขาก็ตอบกลับมาทันทีว่า มันคือตัวตนและชีวิตที่เขาเลือกเอง

“แน่นอนมันต้องใช้เวลาครับ แรกๆ ก็อาจมีส่วนผสมของคนอื่นบ้าง แต่พอผ่านไป ความเป็นตัวตนของเราจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ผมไม่อยากเป็นเหมือนคนอื่น ผมอยากเป็นตัวเอง”

เขานิ่งคิด

“ใช่... อย่าเป็นคนอื่น เป็นตัวเอง”


ทศพล เหลืองศุภภรณ์ - Team Head
สหธร เพชรวิโรจน์ชัย - Interviewer
รณกร เจริญกิตติวุฒ - Photographer
ธนาภิวัฒน์ ปิยวัจน์เดชา - Video & Editor

Older Post Newer Post