Natthawut Jenmana

EYESMYTH SESSION IX - ณัฐวุฒิ เจนมานะ

‘เวลา’ เป็นมิติประหลาดที่เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่สิ้นสุด และในขณะที่เวลากำลังเคลื่อนไปอย่างไม่หยุดหย่อนนั้น รายทางก็เต็มไปด้วยเรื่องราว ความทรงจำ และความสัมพันธ์มากมายที่อัดแน่น รอวันกลับไปสำรวจว่ามีอะไรซ่อนอยู่บ้าง

9 ปีคือช่วงเวลาที่ EYESMYTH ก่อตั้งขึ้นมากลางสยามสแควร์ ระยะเวลาที่ผ่านมามีมิตรภาพเกิดขึ้นมากมาย โปรเจกต์ EYESMYTH SESSION IX เกิดขึ้นเพื่อพาทุกคนกลับไปสำรวจมิตรภาพที่มีค่าเหล่านั้นด้วยกันผ่านสายตาของ EYESMYTH

8 ปีคือช่วงเวลาที่คนทั่วไปเริ่มรู้จัก คุณแม็กซ์ - ณัฐวุฒิ เจนมานะ ในฐานะผู้เข้าประกวดร้องเพลงจากรายการโทรทัศน์ชื่อดัง ก่อนที่เขาจะมีผลงานเพลงต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

7 ปีคือช่วงเวลาที่คุณแม็กซ์เข้ามาซื้อแว่นจาก EYESMYTH เพื่อใส่ไปถ่ายทำมิวสิกวิดีโอไกลถึงต่างแดน ก่อนที่เขาจะกลับมาซื้อซ้ำอยู่บ่อยครั้ง

ด้วยมิตรภาพอันยาวนาน วันนี้เราชวนเขามาพบกันอีกครั้ง ณ EYESMYTH สาขาลิโด้ สถานที่ที่เราพบเจอกันเป็นครั้งแรก เพื่อทบทวนเรื่องราว ความทรงจำ และถือโอกาสพูดคุยเกี่ยวกับตัวตนและบทบาทของเขาที่มีหลากหลายในช่วงเวลานี้

เป็นนักแต่งเพลง


คำว่า ‘ศิลปิน’ เป็นอาชีพที่เราได้ยินอยู่บ่อยๆ และหลายครั้งเรามักหาความหมายจริงๆ ของมันได้ยาก ต่างคนก็นิยามอาชีพนี้แตกต่างกันออกไป สำหรับ ณัฐวุฒิ เจนมานะ หรือที่ทุกคนรู้จักเขาในนาม แม็กซ์ เจนมานะ ก็เช่นกัน แม้สื่อต่างๆ และเราเองจะมองเขาเป็น ‘ศิลปินนักแต่งเพลง’ ตัวเขาเองกลับมีนิยามที่ลึกซึ้งกว่านั้น

“คำว่าศิลปิน ถ้าคนอื่นเรียกจะดีกว่าเรียกตัวเองนะ ผมยังไม่กล้าเรียกตัวเองว่าศิลปินเท่าไหร่ แต่ถ้าให้จำกัดความจริงๆ แล้วล่ะก็ ศิลปินคือคนสร้างงานศิลปะ แล้วก็ต้องเชื่อว่าตัวเองสร้างผลงานศิลปะจริงๆ ด้วย”

เช่นเดียวกับการแต่งเพลง เราอาจมองว่าเป็นงานศิลปะก็ได้ เพราะศิลปะคือความสวยงาม ไม่ว่าศิลปินคนนั้นจะสร้างออกมาในรูปแบบใด

“ศิลปะคือความสวยงามครับ เป็นความงามจากภาพถ่าย จากเสียง หรือแม้กระทั่งจากอาหาร เชฟก็เป็นศิลปินได้”


ศิลปะจากเสียงเพลงของคุณแม็กซ์ เกิดขึ้นจากประสบการณ์จริงที่เขาเชื่อและคิด งานเพลงที่อยู่ในอัลบั้ม หรือซิงเกิลที่เขาปล่อยออกมา คุณแม็กซ์เรียกมันว่างานคราฟต์ เป็นผลงานที่ไม่ใช่สินค้าจากโรงงานที่หน้าตาเหมือนๆ กัน

“คนที่ทำงานคราฟต์ต้องมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น เช่น คุณมองกราฟฟิตี้แล้วรู้สึกว่ามันพูดกับเรา ทั้งๆ ที่คนอื่นเดินผ่านทุกวันก็ไม่เห็นอะไร ศิลปินบางคนถึงมองหารายละเอียดในสิ่งธรรมดา แล้วมันก็กลายเป็นสวยงาม” เขากล่าว “อย่างนักแต่งเพลงต้องมีมุมมองที่มีลักษณะเฉพาะของตัวเองนะ ถ้าเกิดเรามองโลกไม่ชัด งานของเราก็จะไม่คม ผมคิดว่านักแต่งเพลงก็ควรจะมีสายตาที่ดี”


นอกจากนี้ การได้แต่งเพลงยังเยียวยาตัวเองด้วย การแต่งเพลงเหมือนการพูดและตอกย้ำกับตัวเอง และการพูดสิ่งที่เราคิดจริงๆ ให้โลกได้รับรู้ ก็คือการรักษาตัวเองในแบบหนึ่ง

“เวลาเราไม่ได้ทำอะไรเพื่อผลประโยชน์ ไม่ใช่เพื่อความดัง ไม่ใช่เพื่อเงิน ส่วนใหญ่งานที่ออกมาจะตอบโจทย์จิตวิญญาณหรือจิตใจมากกว่า งานมันประกอบร่างกลายเป็นตัวตนของเรา แล้วเราจะไม่รู้สึกแหยงกับมัน ฉะนั้นการแต่งเพลงที่เกิดจากจิตวิญญาณเพียวๆ มันมีผลประโยชน์ทางจิตใจนะ มันเป็นงานที่เยียวยาตัวเอง เป็นงานที่ปล่อยแล้วตัวเองรู้สึกดีที่สุด”

สำหรับเขาในวันนี้ คุณแม็กซ์รู้สึกภูมิใจที่ตัวเองต่อสู้กับเส้นทางนักดนตรีมาโดยตลอด การทำงานเพลงเป็นส่วนเติมเต็มชีวิต การได้ส่งต่อบทเพลงให้กับคนอื่นก็ทำให้เพลงนั้นๆ ยิ่งมีคุณค่า เป็นแรงขับเคลื่อนหนึ่งที่ทำให้เขาเดินทางในเส้นทางนี้ต่อไป

“สิ่งที่เราทำมันเป็นสิ่งที่จับต้องได้ยาก แต่ ณ เวลานี้เรารู้ตัวว่าทำงานเพราะอะไร และมันก็เติมเต็มเราในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง”

เป็นนักแต่งตัวอักษร


หากไปเดินร้านหนังสือแล้วพบหนังสือสองเล่มที่มีชื่อคนเขียนว่า ‘เจนมานะ’ นั่นคืออีกหนึ่งผลงานของเขาในฐานะนักเขียนหรือ ‘ศิลปินนักแต่งตัวอักษร’ คนหนึ่ง

‘Strange to Meet You – น่าแปลกที่แปลกหน้า’ หนังสือเล่มแรกที่พูดถึงประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้พบเจอผู้คนแปลกๆ ทั้งคนรู้จักและคนแปลกหน้า ในสถานการณ์แปลกๆ จนบางครั้งก็ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นคนแปลกหน้าที่เพิ่งได้เจอ และ ‘The Boy Who Never Grows – เด็กไม่รู้จักโต’ ฟิกชั่นเรื่องแรกของเขา ว่าด้วยเรื่องราวประหลาดของเด็กชายที่ไม่เคยหลับ และพบว่าในขณะที่เด็กวัยเดียวกันรอบตัวเขาต่างก็โตขึ้น แต่เขากลับยังตัวเท่าเดิม

“จริงๆ ผมชอบอ่านหนังสือนะ อ่านวรรณกรรมเยาวชน การ์ตูน หรือหนังสือนิทานก็ชอบ ผมรู้สึกว่าพวกนักเขียนเด็กกวนดีนะ ชอบหลอกให้เด็กอ่าน แต่จริงๆ แล้วพอผู้ใหญ่มาอ่านมันดาร์คนะเว่ย! พอเราโตแล้วมาอ่าน โห... ร้ายว่ะ” เขายิ้มร้ายไม่ต่างกัน


คุณแม็กซ์สารภาพว่า จริงๆ แล้วเขาเขียนเพื่อพัฒนาภาษาไทย ซึ่งได้ประโยชน์จากการเขียนกลับมาเหมือนกัน คล้ายการวิ่งมาราธอนที่ต้องอดทนฝึกซ้อมเป็นเดือนๆ วิ่ง/เขียน ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจบเล่มหรือถึงเส้นชัย

เราสงสัย การเขียนเพลงกับการเขียนหนังสือแตกต่างกันไหม?

“ทั้งเหมือนและต่าง เขียนหนังสือใช้เวลานาน แต่เขียนเพลงบางครั้ง 1 นาทีก็เสร็จแล้ว แต่มันต้องเล่าด้วยเมโลดี้ มันก็เป็นศาสตร์การเขียนคนละศาสตร์ แต่ก็อยู่ภายใต้การเขียนเหมือนกัน”

และสิ่งที่เราแอบรู้ก็คือ เขากำลังเขียนหนังสือเล่มที่ 3 ของเขาอยู่

“ผมอยากเขียนรวมเรื่องสั้นในหนังสือเล่มเดียว อาจจะเป็นเรื่องสั้น 10 เรื่อง เพราะมีพล็อตทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่ได้เขียน เพราะตอนนี้ผมเองก็เริ่มทำอัลบั้มใหม่อยู่”

ใช่ เขากำลังทำงานเพลง และทำงานเขียนไปพร้อมกัน

“ถามว่าเหนื่อยไหม? ไม่เหนื่อยนะ แม้ว่าทำงานจะเหนื่อยมาก (ลากเสียง) แต่พอได้เห็นผลงานตัวเอง ผมก็หายเหนื่อยเลยทันที” รอยยิ้มของเขาน่าจะเป็นคำตอบที่ดีทีเดียว

เป็นนักแต่งตัว


ใครที่ติดตาม Instagram @maxjenmana จะทราบดีกว่า แม็กซ์ เจนมานะ เป็นอีกคนหนึ่งที่มีสไตล์การแต่งตัวชัดเจนมาก ด้วยลุคมินิมอล น้อยแต่(เท่)มาก และมีกลิ่นอายของความวินเทจ ที่สำคัญ เขามักเลือกแว่นตาดีๆ สักอันมาประดับตกแต่งกับร่างกายอยู่เสมอ

“แว่นตาเป็นสิ่งที่สำคัญมากนะ เพราะสายตาเป็นหนึ่งในเซนส์ห้าของเรา ที่สำคัญต้องเลือกให้เข้ากับตัวคุณด้วย ถ้าใส่แล้วไม่ใช่ คุณก็ต้องคิดหนักหน่อยแล้ว”

สำหรับตอนนี้เขาซื้อแว่นตาจาก EYESMYTH หลายตัว รวมไปถึง EFFECTOR รุ่น METAL ZONE แว่นตาทรงกลมใสที่กำลังใส่อยู่ในขณะนี้

“แว่นตัวนี้ผมชอบใส่อยู่บ้านครับ มันใส่สบาย หรือออกไปไหนชิลล์ๆ ซึ่งผมชอบเลือกแว่นที่ทรงคล้ายๆ กัน และใส่ซ้ำๆ มันอยู่อย่างนั้น เราแค่อยากใส่สิ่งที่ใช่ที่สุดสำหรับเรา” เขากล่าว “แว่นตาก็เหมือนนาฬิกา มือถือ เสื้อผ้า หรือรอยสัก มันสามารถสะท้อนทัศนคติของคนใส่ได้”


คุณแม็กซ์ และ แว่นตา EFFECTOR รุ่น METAL ZONE

เมื่อคุณแม็กซ์พูดถึงรอยสัก เราจึงถามต่อทันทีถึงรอยสักตามร่างกายของเขาว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร

“ผมชอบทะเล และก็ชอบภูเขา ข้างหนึ่งจึงสักทะเล ข้างหนึ่งสักภูเขา ความคิดมีแค่นั้นเลย” เขาพลิกแขนให้เราดู

“ตอนแรกก็มีแค่รอยสองรอย แล้วมันก็ค่อยๆ ลามขึ้นไปเรื่อย ส่วนใหญ่เป็นสีขาวดำ และคงคิดว่าจะสักเต็มไปเรื่อยๆ ครับ”


ทะเลและภูเขา รอยสักจากแขนสองข้างที่เปรียบเสมือนเครื่องแต่งกายอย่างหนึ่งของคุณแม็กซ์

นักแต่งเติมชีวิตให้ “ชัดเจน”

18 ธันวาคม 2562 แม็กซ์ เจนมานะ โพสต์สเตตัสทางโซเชียลมีเดียเปิดตัวเด็กชาย ชัดเจน เจนมานะ ลูกชายตัวเองเป็นครั้งแรก พร้อมข้อความส่วนหนึ่งที่บอกว่า “ผมอยากทิ้งความกลัว และกล้าใช้ชีวิตมากขึ้น”

“คือก่อนหน้านี้เราห่วงเขา เราหวงชีวิตส่วนตัว แต่พอเรามีสิทธิ์ที่จะสื่อสารออกไป และงานมันต้องสะท้อนชีวิตของเราทั้งหมด เราก็เลยอยากแชร์คนที่ใกล้ชิดที่สุด จึงตัดสินใจในวันที่อายุ 30 ว่า ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว เมื่อคุณรู้ว่า เพลงๆ นี่มันพูดถึงเด็กคนนี้ หนังสือเล่มนี้พูดถึงเด็กคนนี้ แล้วคุณก็จะเข้าใจงานผมมากขึ้น

“แต่ก่อนผมห่วงเขามาก คุณเสพผลงานผมแล้วก็ไปแปลเอาเองสิว่าพูดถึงอะไร แต่สุดท้ายมันไม่แฟร์กับลูกค้า มันเป็นงานของเรา เราต้องเปิดเผยว่าเราคิดเรื่องนี้ เพราะถ้าปรับอะไรมากมันก็ไม่บริสุทธิ์ เรามีอะไรก็อยากพูดเลย ทั้งความคิด ครอบครัว การเมือง เราพูดไปเลย”

ในฐานะคุณพ่อนักแต่งเติมชีวิตน้องชัดเจนคนนี้ เขาไม่อยากให้ตัวเองเป็นพ่อแบบพ่อตามที่คนอื่นเข้าใจ เขาอยากเป็นเพื่อนกับลูกมากกว่า และอยากบอกลูกชายคนนี้ว่า เราต้องชัดเจนกับความฝัน ชัดเจนกับสิ่งที่ชอบ และชัดเจนกับสิ่งที่เราเป็นจริงๆ


“การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดก็คือ ให้ความสัมพันธ์มันน้อยที่สุด เราจะมีคนที่อยู่ในวงกลมเล็กสุดของเราน้อยมาก ก็จะได้ดูแลง่ายขึ้น” เพราะเขามองว่าคนที่สำคัญกับตัวเอง แท้จริงแล้วมีเพียงไม่กี่คน จะพยายามรักษาความสัมพันธ์มากมายมันก็เหนื่อยเปล่า คุณแม็กซ์ยกตัวอย่างการใช้โซเชียลมีเดียที่เขาเลิกใช้ Facebook ช่วงขณะหนึ่ง หรือ Unfollow ทุกคนใน Instagram เพื่อให้ตัวเองได้ทบทวน และจัดการความสัมพันธ์ใหม่ทั้งหมด

“พอผมเลิกเล่น Facebook ผมสบายใจมากเลยนะ พอ Unfollow IG ทุกคนก็โล่ง เพราะผมใช้พลังงานกับความสัมพันธ์เยอะมาก แล้วผมใช้ความสัมพันธ์ในการเขียนงาน มันจึงมีผลกับงานมาก ผมเลยใช้เวลานี้ในการ revise ตัวเอง จัดการความสัมพันธ์เพื่อให้เราโฟกัสกับสิ่งที่ต้องทำจนชัดเจน”

ท้ายที่สุด เราถามถึงความชัดเจนของ แม็กซ์ เจนมานะ ว่าเขาในตอนนี้กำลังชัดเจนกับอะไรอยู่

“โฟกัสทำงานให้เสร็จ โฟกัสกับปัจจุบันดีกว่า มีอยู่ประโยคหนึ่งจากซีรีส์ Dark ที่จดไว้ พูดว่า ‘Dreams change. Other things become important. My place is not the past or tomorrow. Rather it’s right here, right now.’ คือช่วงเวลาปัจจุบันคือสิ่งที่ใช่ที่สุดแล้ว มันไม่ใช่ความฝัน สุดท้ายแล้วเราก็ต้องอยู่กับร่างกายและจิตใจตัวเอง ณ ปัจจุบัน

“บางครั้งเราคิดถึงวันพรุ่งนี้ คิดถึง 10 นาทีข้างหน้า แล้วมันทำให้เราหลุดกับสิ่งที่ต้องโฟกัส ความฝันมันเปลี่ยนได้ แต่สิ่งที่จะคงอยู่ก็คือปัจจุบัน”

แล้วอะไรคือความฝันตอนนี้ของคุณแม็กซ์

“ผมอยากเกษียณตอนอายุ 40 แล้วไปเที่ยว ทำเพลงที่อยากทำ มันคือช่วงเวลาที่เราได้ทำงานที่เรารัก และไม่ใช่การทำเพื่อเงินแล้ว แต่ประเด็นก็คือ…” เขาเงียบคิด “ผมจะเกษียณยังไงให้เท่ที่สุด” ก่อนเราทั้งสองจะหัวเราะลั่นออกมาพร้อมกัน


 

ทศพล เหลืองศุภภรณ์ - Team Head
สหธร เพชรวิโรจน์ชัย - Interviewer
รณกร เจริญกิตติวุฒ - Photographer
ธนาภิวัฒน์ ปิยวัจน์เดชา - Video & Editor

Older Post